วิเคราะห์กรณี เพจดัง “YouLike” โดนปิด

ช่วงนี้เป็นข่าวใหญ่ครึกโครม กรณีเพจดัง “YouLike” โดนปิด เป็นที่ทราบกันดีว่าหากพูดถึงเพจนี้ คงมีผู้ใช้ Social Network น้อยคน ที่จะไม่รู้จัก (ในเชิงลบเสียส่วนใหญ่) เนื่องจากเป็นเพจที่รวบรวมเอาคลิปจากทั่วทุกสารทิศมาอัพโหลดในนามของเพจ ซึ่งคลิปที่อัพโหลดส่วนใหญ่จะเป็นคลิปอุบัติเหตุ คลิปฮา ๆ คลิปเหตุการณ์ปะทะ หรือความรุนแรงในสังคม คลิปเซ็กซี่  หรือคลิปที่ทางแอดมินเพจ เห็นว่าน่าจะเรียกยอดไลค์ได้ ซึ่งหากจะค้นด้วยตัวเองก็คงหาดูได้ยาก  “YouLike” จึงเป็นเพจที่อาสารวบรวมค้นคลิปมาอัพโหลดให้ลูกเพจได้ชมกัน ซึ่งมีคลิปจำนวนไม่น้อยที่มีลิขสิทธิ์หรือเป็นผลงานโฆษณา เป็นต้น ซึ่งหากว่ากันตามบริบทแล้ว นอกจากจะเป็นการไม่ให้เกียรติต้นฉบับหรือเสียมารยาทแล้ว ยังเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์โดยสมบูรณ์อีกด้วย

เนื่องจากช่วงหลังมานี้เพจ “YouLike” ใช้วิธีโพสต์วีดีโอ 18+ อณาจาร ในช่วงเวลากลางดึกหรือช่วงที่คนส่วนใหญ่จะนอนกันแล้ว แต่เป็นช่วงเวลาทองของสิงห์หื่นทั้งหลาย ซึ่งเมื่อโพสต์แล้วก็จะลบในภายหลัง เหมือนลักษณะการ publish เป็นช่วงเวลาที่นัดแนะกันไว้โดยเป็นที่ทราบกันดีถึงข้อตกลงนี้ระหว่างแอดมินและลูกเพจ ซึ่งกรณีดังกล่าวหลาย ๆ คน รวมถึงตัวผมเองมองว่าเป็นการกระทำที่หวังผลประโยชน์โดยใช้สื่ออณาจารมาเป็นเครื่องมือเพื่อเรียกยอด Like และยอดผู้เข้าชม ซึ่งต้องยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ย่อมไปสะกิดปุ่มจริยธรรมของคนกลุ่มใหญ่ ส่งคนส่วนใหญ่ได้พร้อมใจกัน report แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม ซึ่งเชื่อว่ามีการ report มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแต่ที่ผ่านมาไม่เป็นผลไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม แต่ล่าสุด Facebook ได้ดำเนินการปิดเพจดังกล่าว จนเป็นข่าวใหญ่ครึกโครมในบ้านเราดังที่ทราบกัน ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ในครั้งนี้ ที่ผมมองและวิเคราะห์จากมุมของ Facebook เอง โดยเรียงลำดับจากเรื่องที่น่าจะเป็นสาเหตุหลักไปหาสาเหตุรอง ดังนี้

1. เนื้อหาอณาจาร 18+
2. เนื้อหาความรุนแรง เช่น คลิปตบตี, การเสพยา, การใช้ความรุนแรงภายในครอบครัวหรือกับเยาวชน
3. เนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ เช่น โฆษณาที่ใช้ในเชิงพาณิชย์

จากกรณีนี้ขอพูดถึงและแสดงความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมบน Social Network นิดนึงครับ โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ค่อนข้าง ซีเรียสกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว คือถ้าเจอเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมก็จะถือโอกาสกด report ทันที ซึ่งเคสที่เจอคล้าย ๆ กัน บ่อย ๆ คือกรณีมูลนิธิฯ กู้ภัย ที่เจอบ่อยคือ มีการโพสต์ภาพ อุบัติเหตุ ภาพผู้เสียชีวิต ภาพอวัยวะที่หลุดออกจากร่างกาย โดยไม่พยายามเซ็นเซอร์ หรือปกป้องสิทธิผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียหายเลย ซึ่งมีเยาวชนอีกมากที่อาจจะเข้ามาเห็นภาพพวกนั้น ซึ่งไม่เป็นผลดีแน่ สุดท้ายแล้ววกกลับมาที่เคส YouLike ก็คงไม่ต่างกันมากนัก ซึ่งครั้งนี้ผมมองว่า Facebook ยอมเลือกที่จะดำเนินการมากกว่าปล่อยให้มีเหตุการณ์ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นต่อเนื่องเรื่อย ๆ ซึ่งสุดท้ายก็คงต้องอาศัยเรา ๆ ท่าน ๆ ในการสอดส่องดูแลสังคมออนไลน์ ป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนอย่างที่ผ่านมาครับ

 

 

แจ็คพาชิม : KFC ไก่กรอบสไปซี่เลมอน

ปกติผมจะเป็นคนที่กิน KFC จะชอบสั่งเป็นเมนูข้าว มากกว่าที่จะสั่งเป็นพวกเมนูไก่ล้วน ๆ ครับ และเนื่องจากวันนี้ฝนตกพรำ ๆ อากาศเย็น ๆ ประกอบกับไม่รู้จะกินอะไรกันดี เลยเข้าเว็บเช็คเมนูเผื่อจะเจอเมนูใหม่ ๆ จาก KFC .. แล้วก็คิดไว้ไม่ผิดครับ มีเมนูใหม่มาจริง ๆ เป็นข้าวไก่กรอบสไปซี่เลมอน เห็นดังนั้นแล้วผมก็ถามน้องชายว่าจะกินอะไรมั๊ย น้องชายก็สั่งมาสองสามอย่าง ก็เลยไม่รอช้า กด 1150 เพื่อสั่งโดยพลัน เพราะตื่นมาบ่ายก็หิวมาก ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง น้องชายสั่ง สโมกฮาวายเบอร์เกอร์มากินคู่กับโคลสลอว์ ส่วนผมก็ ตามสูตรลองเมนูใหม่เป็น ข้าวไก่กรอบสไปซี่เลมอน เพิ่มนักเก็ต และวิงก์แซ่บ อีกกล่อง แต่ประเด็นวันนี้อยู่ที่พระเอกของผมครับ คือข้าวที่ผมสั่งนี่แหละ ราคาก็ตามเมนู 59.- ครับ

CropperCapture[47]

หน้าตาข้าวไก่กรอบสไปซี่เลมอน ก็จะมาในกล่องแบบเดียวกับเมนูข้าวอื่น ๆ ของ KFC ประกอบด้วยข้าวสวย ไก่กรอบ ผักกาดแก้ว และแครอทสไลด์ พร้อมแยกซอสเลม่อนออกมา 1 กระปุกเล็ก ๆ

2014-06-22 16.36.22

หน้าตาซอสเลม่อน ให้มาไม่เยอะมาก แต่ก็ไม่น้อยเกินไป ถือว่ากินพอดีครับ ดมกลิ่นก็สมกับชื่อครับ มีกลิ่นเปรี้้ยวแตะจมูกนำมาครับ

2014-06-22 16.39.28

ซอสไม่เหนียวมาก กลิ่นเข้มข้น ดมจากกลิ่นมีกลิ่นเครื่องเทศเล็กน้อยตามสูตรสไปซี่ครับ ซึ่งในภาพผมใส่ซอสพริกเล็กน้อยลดความเลี่ยนของไก่ พร้อมเคาะโครสลอว์ไป 2 ช้อน แล้วก็เริ่มบรรเลงครับ

2014-06-22 16.43.10

บทสรุป

ว่ากันด้วยเรื่องรสชาติโดยรวม ครั้งแรกที่ชิมซอสพบว่าไม่ได้เผ็ดมาก หรือแทบไม่เผ็ดเลย แต่ก็มีส่วนผสมเครื่องเทศมาเล็กน้อย ไม่ได้เปรี้ยวและไม่ได้หวานมาก เมื่อกินกับไก่กรอบพบว่าเข้ากับเนื้อกำลังดีครับ สำหรับคนชอบเผ็ดอาจไม่ชอบ แต่เด็ก ๆ อาจจะชอบเมนูนี้ครับ เนื้อซอสเข้มข้น กินรวมกันแล้วไม่เลี่ยนครับ แต่หากใครกลัวเลี่ยนก็เติมซอสพริกลงไปนิดหน่อยช่วยได้ครับ กินคู่กับเครื่องเคียง ผักกาดแก้วและแครอทสไลด์ก็เข้ากันดี

และมาถึงเรื่องที่ผมสงสัยตั้งแต่แรกเห็นคำว่า “เลมอน” ผมก็สงสัยว่ามันใช่ซอสแบบเดียวกับที่ราดมาในทวิสเตอร์หรือเปล่า คำตอบก็คือ ใช่แน่นอนครับ เป็นซอสแบบเดียวกัน ส่วนผสมเดียวกันเลยก็ว่าได้ แต่ซอสที่ให้มากับเมนูข้าว จะเป็นซอสที่มีกลิ่นเครื่องเทศที่แตะจมูกกว่าทวิสเตอร์ครับ อันนี้ผมสรุปจากลิ้นผมเองนะครับ คนอื่นมาชิมอาจจะเห็นต่างจากผมก็ได้

สรุปว่ารสชาติถือว่าสอบผ่านครับ สำหรับคนที่เบื่อรสชาติเผ็ดจัดจ้านของข้าวไก่กรอบฮอตแอนด์สไปซี่ และอยากหาอะไรเบา ๆ ไม่เผ็ดมากก็ถือว่าเป็นเมนูที่ควรลองครับ ผมแนะนำเลย แต่หากเป็นคนชอบเผ็ด ๆ อาจจะไม่ชอบนักครับ เพราะน้ำซอสค่อนไปทางเปรี้ยวหวานเล็กน้อย แต่โดยรวมก็ถือว่าโอเคครับ ผมให้คะแนน 8/10 ครับ

 

ตามหาเพื่อนชื่อ กาญจนา ฟักเขียว (โอ๋)

เนื่องจากผมเคยมีเพื่อนสมัยที่ไปร่วมกิจกรรมสภาเยาวชนไทย สมัยปี 2000 และได้ติดต่อกันมาหลายปี จนช่วงนึงต่างคนต่างมีภาระทำให้ไม่ได้ติดต่อกัน ทำให้ขาดการติดต่อไปหลายปี เมื่อกลับมาค้นตามเบอร์ที่เคยติดต่อก็พบว่าเบอร์ไม่ได้ถูกใช้โดยเพื่อนผมคนนี้แล้ว โดยก่อนหน้านี้ผมได้พยายามค้นด้วยชื่อและนามสกุลทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษทั้งใน Search Engine หรือใน Social Media ก็ไม่เจอ จะเจอแต่ชื่อและนามสกุลที่เหมือนกัน แต่เป็นคนละคน

เธอชื่อเล่นว่า โอ๋ ชื่อจริง กาญจนา ฟักเขียว พื้นเพ เป็นคน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ผมจึงอยากลองเขียน blog entry นี้เพื่อให้ติดผลการค้นหาบน Google เผื่อวันหนึ่งคนรู้จักของเธอ หรือเธอคนนี้มาเจอ  blog นี้ ซึ่งผมหวังว่าเธอคงติดต่อมา เพราะผมอยากคุยด้วยมาก ๆ ครับ หวังว่าโชคคงเข้าข้างผมบ้างนะครับ หากใครรู้จัก โอ๋ กาญจนา ฟักเขียว (ถ้าเธอยังไม่เปลี่ยนชื่อหรือไปใช้นามสกุลคู่สมรสเสียก่อน) หรือหากใครที่รู้จักเธอผ่านมาเจอ Blog นี้ได้โปรดแจ้งผมที่เบอร์ 0814768633 หรือ ID Line : damrongwit หรือจะ add facebook มาก็ได้เช่นเดียวกันครับที่ http://facebook.com/jackz จะเป็นประคุณอย่างสูงเลยครับ

การฝึกดูหนังซาวด์แทร็คแบบปิดซับไตเติ้ลในแบบของผม

มีน้องมาถามเคล็ดลับ การดูหนังซาวด์แทร็คเสียงต้นฉบับแบบปิด subtitle ทำยังไงให้ดูรู้เรื่อง จริง ๆ ต้องออกตัวว่า ผมถนัดบางสำเนียงเท่านั้น อย่างอเมริกัน นี่ผมว่าผมค่อนข้างแม่น เพราะส่วนตัวจะฟังหนังอเมริกันเยอะ ทั้งหนัง ทั้งสารคดี ซึ่งจริง ๆ ไม่รู้จะเรียกว่าเทคนิคมั๊ย เพราะมันเป็นเรื่องพื้นฐานอยู่แล้ว แต่ผมมีกุญแจสองดอก ในการฝึกดูหนังซาวด์แทร็คให้สนุก

กุญแจดอกแรก เริ่มจากว่าสมัยก่อนหนังที่ผมดูผ่านเน็ตบางครั้งมันไม่มีซับ และก็เป็นเสียงต้นฉบับ ไม่มีเสียงไทย นั่นละครับ ทั้งหมดมันเริ่มจากจุดนั้น มันเป็นความจำเป็นบนความจำกัดจำเขี่ยที่เราอยากดูแต่ไม่มีอะไรที่เป็นภาษาไทยให้เราได้สัมผัสสักนิด ซึ่งอย่างที่รู้เด็กไทยส่วนใหญ่ได้แค่เรื่อง พูด อ่าน เขียน ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในเด็กเหล่านั้น ก็เริ่มเลยครับ เริ่มจากการดูมันไปอย่างนั้น ฝืนดู แรก ๆ จะฝืน ๆ แปลก ๆ แต่ด้วยความอยากดูจะทำให้เรามีสมาธิในการฟังเยอะขึ้น จดจ่อมากขึ้น หลังจากนั้นผมก็เริ่มดูแบบซาวด์แทร็คเยอะขึ้น เยอะขึ้น จนการฟังเริ่มไวขึ้น เริ่มดีขึ้น แม้จะไม่ 100% แต่ทำให้เข้าใจเนื้อเรื่อง อารมณ์ที่ตัวละคร ต้องการสื่อสารได้ พูดง่าย ๆ ว่าฝืนดูไปครับ

กุญแจดอกที่สอง จริง ๆ ควรจะเป็นกุญแจดอกแรก แต่ผมคิดว่า คนที่จะดูหนังซาวด์แทร็คได้ดี ส่วนหนึ่ง จะต้องรู้ศัพท์ทั้งศัพท์มาตรฐาน และศัพท์สากล ทั้งในชีวิตประจำวัน และในโอกาสอื่น ๆ พอสมควร เนื่องจากหนังที่ดูมีหลายแนว หลายแบบ ซึ่งส่วนใหญ่คนที่จะดูหนังซาวด์แทร็คส่วนใหญ่ย่อมมีพื้นฐานเรื่องศัพท์มาในระดับหนึ่งอยู่แล้วเป็นส่วนใหญ่ ผมเลยคิดว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ ถ้าใครไม่มีกุญแจดอกนี้ ก็พยายามฝึกครับ

ที่เหลือก็ลงมือดูครับ แรก ๆ อาจจะฝืนไปบ้าง ผมเองอาจจะได้เปรียบตรงดูตั้งแต่เด็ก ๆ ดูสารคดีเยอะ ฟังตั้งแต่เด็ก ๆ เลยอาจจะไวหน่อย แต่ของแบบนี้ฝึกช้า ฝึกเร็ว ไม่สำคัญ ปลายทางคือจุดเดียวกันครับ อ้อ มีเทคนิคอีกอย่างที่อยากแนะนำมือใหม่ครับ คือถ้ากลัวดูแล้วจับต้นชนปลายไม่ถูก แนะนำให้อ่าน Plot เรื่อง สั้น ๆ ก่อนครับ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็หาอ่านได้ไม่ยากแล้ว ลองดูครับ ดูหนังซาวด์แทร็คไม่ใช่เรื่องยากเลย