ขายสวนยางพารา จ.สุราษฎร์ธานี เนื้อที่ 27 ราคา 4 ล้านบาท

แนวนอน

ขายสวนยางพารา พันธุ์ดี RRIM 600 เนื้อที่ 27 ไร่ 1 งาน 80 ตารางวา กรีดมาแล้ว 13 ปี สภาพต้นยางสมบูรณ์มาก ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลกรูด อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี (หมู่ที่ 2 บ้านท่าเฟือง) เข้าจาก ถนนเซาท์เทิร์น ซีบอร์ด ไปตามถนนสายบ้านกรูด จนถึงสวน ระยะทาง 10 กม. สวนตั้งอยู่มีสารณูปโภค ไฟฟ้า
และน้ำประปาใช้ ทางแยกเข้าสวนเป็นถนนของเทศบาลผิวถนนหินคลุกระยะทาง 1.8 กม. รถเก๋งสามารถเข้าถึงได้

เอกสารสิทธิ์ : ไม่มีเอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดิน (ได้เก็บเล่มสมุดการรับการสงเคราะห์ปลูกยางพันธ์ดี จาก กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางไว้) ซึ่งระบุอาณาเขต จำนวนพื้นที่ และผู้ถือครอบครองที่ดินคนปัจจุบันไว้ ขายไร่ละ 150,000 บาท ทั้ง 27 ไร่ 1 งาน 80 ตารางวา รวม 4 ล้านบาทครับ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ได้จากเจ้าของสวนโดยตรงที่ หมายเลขโทรศัพท์ 08-8756-1886

Para Rubber Plantations for Sale

Total Area : 10 acres (approximately)
Rubber Life : 7+13 yrs (average)
Location : Kanchanadit District, Suratthani (South Thailand)
Public Facility : Plumbing, Electricity
Ownership : Office of the Rubber Replanting Aid Fund Certificated
Price : 4 Million THB
Condition : Maximum 3% rate for Agency
Contact Now : +668-8756-1886

[Sold Out] ขายกล้องฟูลเฟรม Canon EOS 6D + เลนส์ EF 24-105mm f/4L

*** ปิดการขายครับ ***

1. กล้อง Canon EOS 6D หมดประกันศูนย์ (ซื้อเมื่อ 3 กันยายน 2556)

ซื้อจาก DigiLife ชัตเตอร์กดไปไม่ถึงหมื่น ติดฟิล์มตลอด สภาพดี ไม่มีตำหนิ ไม่เคยตกหล่น ยางไม่บวมไม่แห้งกรอบ เก็บในตู้กันชื้นตลอด มีฝุ่นและคราบภายนอกจากการ ใช้งานบ้างตามภาพ อุปกรณ์พร้อมกล่องครบ สายคล้องคอสาย USB สาย AV ใหม่ไม่เคยใช้งาน แถมแบตแท้ให้อีก 1 ก้อน รวมเป็น 2 ก้อน แค่แบตแท้ก็คุ้ม แล้วครับ สรุปของที่จะได้ ตามนี้ครับ

– ตัวกล้อง 6D พร้อมบัตรรับประกันศูนย์ (กรุณาดู serial ใต้เครื่องกับใบรับประกันตรงกัน)
– แบตแท้ LP-E6 2 ก้อน
– สาย AV (ไม่เคยใช้งาน)
– สายคล้อง 6D ใหม่มาก
– คู่มือและ CD
– สาย USB (ในภาพลืมถ่าย)
– แท่นชาร์จ (ในภาพลืมถ่าย)

ราคา 37,000 บาท

2. เลนส์ Canon EF 24-105 f/4L หมดประกันร้าน DigiLife

เลนส์สภาพดี ใสและไม่มีรอย ไม่มีฝ้า ไม่มีรา ยางสภาพดี ไม่แห้ง ไม่บวม ไม่เคยตกหล่น ไม่มีตำหนิ มีฝุ่นภายนอกและคราบจากการใช้งานบ้างตามภาพ ตัวหนังสือไม่ลอก หน้าปัดบอกสเกลไม่มีรอยขูดขีด ของที่จะได้พร้อมเลนส์มีดังนี้

– เลนส์ Canon EF 24-105 f/4L พร้อมบัตรรับประกันจากร้าน DigiLife (กรุณาดู serial ใต้เครื่องกับใบรับประกันตรงกัน)
– ฮู๊ดแท้ EW-83H
– Lens pouch แท้ สำหรับใส่เลนส์
– กล่องใส่เลนส์พร้อมโฟมกันกระแทก
– ฟิลเตอร์ 77mm NISI

ราคา 14,000 บาท

 

Personal Goal for 2016

เป้าหมายปี 2016 ของผม

  1. Health

– ออกกำลังกายต่อเนื่อง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน วันละไม่น้อยกว่า 1 ชม.

 

  1. Family

– ไม่ใช้อารมณ์เวลาพูดกัน กรณีเริ่มขึ้นเสียงกันจะหยุดทันที

 

  1. Work

– ลาออกจากงานประจำ ที่เป็น Active Income (เริ่มทำไปแล้ว)

– ทำรายการบนอินเทอร์เน็ตเต็มตัว เพิ่ม Content ช่องให้หลากหลายมากขึ้น

– หางานใหม่เพิ่ม ที่เหมาะสมกับตัวเอง และต้องเป็นงานที่ถนัด

– สร้าง Innovation เพื่อรับงานด้าน Maker และ Microcontroller

 

  1. Self Improvement

– เรียนภาษาจีน กับรัสเซีย หรือเยอรมันถ้ามีเวลาเหลือ

– ฝึกเขียนภาษา Java / Python ให้ดีขึ้น

– ทบทวนระบบโน๊ตใหม่ทั้งกีตาร์และคีย์บอร์ด

– พบเพื่อนใหม่มากขึ้น ผ่านกิจกรรมเข้าสังคมต่างๆ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

 

  1. Financial

– มีธุรกิจ Passive Income ที่ไม่ต้องมีการ Manage ไม่ต้องไถพรวน ไม่ต้องใส่ปุ๋ย ก็มีเงินงอกเงย อย่างน้อย เดือนละ 5,000-7,000 และเริ่มมากขึ้นในปีถัด ๆ ไป

– มีเงินเก็บเพิ่ม

 

  1. Social

– ทำคอร์สออนไลน์ฟรี ด้าน Linux เฉพาะทางสำหรับงาน System Admin ถ่ายทอดจนหมดเปลือก ไม่กั๊ก มีเท่าไหร่ใส่หมด

 

ประวัติตระกูล “เจริญผล”

ประวัติพระยาเจริญราชภักดีบุรีธรรมพิพัฒน์

พระยาเจริญราชภักดีบุรีธรรมพิพัฒน์ ผู้ว่าราชการเมืองสมุย เดิม ชื่อ ฉิม ณ นคร เป็นบุตรของพระยาศรีธรรมโศกราช (น้อย ณ นคร) เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ได้รับการแต่งตั้งให้มาปกครองเมืองสมุย แต่เดิมได้เข้ารับราชการในพระนครฯ มาก่อนแล้วมียศตำแหน่งเป็นชั้นพระ (ตำแหน่งข้าราชการในครั้งนั้น) มี 5 ตำแหน่ง คือ ขุน ขุนหลวง ขุนพระ พระยา เจ้าพระยา

ในสมัยรัชการที่ 3 พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าแต่งตั้งให้มาปกครองเมืองสมุยในระหว่าง พ.ศ. 2364-2412 ตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองสมุย  เมืองสมุยสมัยนั้นติดต่อโลกภายนอกได้ทางเดียว คือ ทางทะเล ผู้ปกครองเมืองสมุยจะต้องมีความสามารถทั้งทางน้ำและทางบก จึงจะมีความก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ ลักษณะภูมิประเทศบนเกาะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นพื้นราบ และที่ราบบนภูเขาไหล่เขา เหมาะแก่การเพาะปลูก เช่น สวนมะพร้าว ผลไม้ทุกประเภท ทำนาข้าวบนที่ราบไหล่เขา เลี้ยงสัตว์ ส่วนบนภูเขามีป่าไม้ แร่ดีบุกและแร่เหล็กจำนวนมาก รอบเกาะสมุยมีเกาะเล็กเกาะน้อยจำนวนมาก เหมาะแก่การทำสวนมะพร้าว หมู่เกาะบางเกาะมีนกนางแอ่นทำรังในถ้ำ บนเกาะมีผลผลิตจากรายได้ปีหนึ่งเป็นเงินมหาศาล จึงเรียกหมู่เกาะรองเกาะสมุยว่าหมู่เกาะอ่างทอง อ่าวบ้านดอน

พระยาเจริญได้สร้างโรงม้า โรงทหาร (ตำรวจ) ศาลาลูกขุน ที่ว่าราชการ และสร้างบ้านแบบทรงไทย เหมือนภาคกลางหลายหลัง เรียกว่าบ้านพักพระยาเจริญ อยู่ใกล้ริมทะเล เรียกว่าหน้าทอน ต่อมาจึงกลายเป็นหมูบ้านและเป็นตลาด เรียกว่าตลาดหน้าทอน สาเหตุที่เรียกว่าหน้าทอน เพราะเป็นตลาดจะซื้อจะขาย และเปลี่ยนเงินตราจำนวนมาก ๆ ซึ่งจะต้องทำกันต่อหน้าเจ้าเมือง โดยเจ้าเมืองต้องดูแลเป็นพยานและรับรองว่าถูกต้อง เพราะบางครั้งต้องแลกสินค้าด้วยทอง คือ สินค้าราคาเท่าไหร่ ต่อทองคำน้ำหนักเท่าไหร่ แลกเปลี่ยนกัน โดยไม่ต้องใช้เงินตรา เพราะเงินตราสมัยนั้นมีไม่พอ เรือสำเภาจีนที่บรรทุกสินค้าไปขายทางใต้ สงขลา สิงคโปร์ มาเลเซีย ต้องมาจอดขายสินค้าที่เกาะสมุยก่อน การซื้อขายต้องใช้ทองแลกเปลี่ยนกัน ราคาสินค้าเท่าไหร่ต่อทองน้ำหนักเท่าไหร่ต่อหน้าเจ้าเมือง หรือต่อหน้าลูกขุนที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าเมือง ทั้งหมดคือประวัติที่มาคร่าว ๆ ของคำว่าหน้าทอน

ประวัติอู่ต่อเรือหลวงที่บ้านดอน จ.สุราษฎร์ธานี

ในราวปีพุทธศักราช 2354 – 2382 พระยาศรีธรรมโศกราช (พระยานครศรีธรรมราช น้อย) ได้เป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช หลังจากที่พระยาสุทธิสงครามภักดีได้ก่อตั้งเมืองบ้านดอนขึ้นในปี พ.ศ. 2328 – 2329 ก่อนที่พระยาศรีธรรมโศกราชจะมาตั้งอู่ต่อเรือที่บ้านดอน เป็นเวลาประมาณ 25 ปี (หมายความว่าตั้งเมืองบ้านดอนมาก่อนแล้ว 25 ปี พระยานครฯ จึงได้มาตั้งอู่ต่อเรือ) พระยานครฯ มีความสามารถในการต่อเรือ ประเภทเรือสำเภาหลวง เรือไล่ เรือรบ ทำให้นครศรีธรรมราชมีแสนยานุภาพทางทะเล พระบาทสมเด็กพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าให้พระยานครฯ ต่อเรือรบเรือปืนใช้ในราชการทหาร ให้ใช้ได้ทั้งในคลอง แม่น้ำ และทะเล มีลักษณะเป็นเรือปากปลากำปั่นแปลง มีพลแจวได้ทั้งสองข้าง ตลอดลำปากกว้าง 9 ศอก 2 คืบ ยาว 11 วา บนท้องเรือมีพื้นสูงสำหรับวางปืน ต่ำกว่ากราบข้างเรือ กราบเรือทำเป็นช่อง ๆ คล้ายกำแพง ปากกระบอกปืนทุกกระบอกจะโผล่พ้นกราบเรือเล็กน้อย ส่วนหัวเรือและท้ายเรือ จะมีป้อมปืนทั้งหน้าและหลัง ปืนจะยิงได้ทั้งสี่ทิศ ศัตรูมาทางด้านไหนก็จะยิงได้เลย โดยไม่ต้องกลับหัวเรือ มีจำนวนทั้งสิ้น 30 ลำ แล้วปลูกโรงเก็บเรือไว้ที่คลองบางกอกใหญ่ หน้าวัดสังข์วาย เรือทั้ง 30 ลำนี้ต่อจากบ้านดอนทั้งสิ้น นำไม้มาจากอำเภอเคียนซา โดยใช้ไม้ตะเคียนทองเป็นหลัก โดยในสมัยนั้นไม้จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีจำนวนมาก ถ้านำมาใช้ 100 ปีก็ไม่หมด สมัยนั้นไม้เนื้อแข็งมีมาก ต้องโค่นทิ้ง ไม้เนื้อแข็งแบ่งเป็นเขต ๆ ดังนี้ อ.เคียนซา ไม้ตะเคียน ไม้ยาง ไม้หลุมพอ, อ.พุนพิน ไม้เคี่ยม ไม้ยาง ไม้หลุมพอ, อ.นาสาร ต่อเขตอำเภอเมืองฯ ไม้ตำเสา ไม้ยาง ไม้หลุมพอ, อ.คีรีรัฐ ไม้ยาง ไม้เคี่ยม จึงเกิดการทำน้ำมันยางเป็นอาชีพ และส่งไปกรุงเทพ เพื่อใช้ในกิจการต่อเรือ

พระยาศรีธรรมโศกราช (น้อย) เป็นราชโอรสในพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งเกิดจากหม่อมปรางค์ เป็นธิดาของพระยานครศรีธรรมราช (หนู) แต่ยังไม่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งให้เป็นพระมเหสี หรือพระสนม เมื่อตั้งครรภ์ได้สองเดือน ได้ยกให้พระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) คือเจ้าพระยานครศรีธรรมราชคนต่อมา เนื่องจากเหตุการณ์เกิดการปฏิวัติเสียก่อน และได้มาคลอดที่เมืองนครศรีธรรมราช เมื่อโตขึ้น ได้ไปศึกษาในราชสำนัก และได้เข้ารับราชการจนเป็นพระบริรักษ์ภูเบศร์ ผู้ช่วยราชการเมืองนครศรีธรรมราช และได้เลื่อนเป็นพระยานครศรีธรรมราช เมื่อ พ.ศ. 2357 ครั้งสุดท้ายได้เลื่อนเป็นพระยาศรีธรรมโศกราช (สกุล ณ นคร ปัจจุบัน) ในสมัย ร.2 – ร.3 พระยาศรีธรรมโศกราช (น้อย) มีบุตรธิดา รวม 34 คน แต่ที่มารับราชการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มี 3 ท่าน

  1. ชื่อ ฉิม มีตำแหน่งเป็น พระเจริญราชภักดีบุรีธรรมพิพัฒน์ ผู้ว่าราชการเมืองสมุย (เกาะสมุย)
  2. ชื่อ เสม มีตำแหน่งเป็นหลวงศรีสุพรรณดิฐ ปลัดเมืองกาญจนดิษฐ์
  3. ชื่ออะไรสืบไม่ได้ มีตำแหน่ง นายราชานุรักษ์ รับราชการอยู่ที่เมืองไชยา

ประวัติสกุลเจริญผล

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 ได้ต่อเรือสำเภาหลวงไปค้าขายตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศจีน ทำให้ประเทศไทยมีฐานะทางเศรษฐกิจสูงมาก มีความมั่นคงวทั้งการเงินและการคลัง แต่ประเทศยังขาดกำลังแรงงาน และความรู้ด้านการพาณิชย์ แต่ประชากรมีความสามารถในการเกษตรกรรม มีผลผลิตสูง สามารถส่งผลผลิตไปแข่งขันกับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

พระองค์จึงมีนโยายให้ชาวจีนเดินทางมาค้าขาย และตั้งหลักแหล่งทำมาหากินในประเทศไทยได้ ส่วนผู้ที่มีความสามารถจะได้รับการชุบเลี้ยงให้เข้ารับราชการจนมีตำแหน่งสูงก็มาก ให้ได้รับสัมปทานเป็นผู้เก็บภาษีอากร และนายภาษีอากรบ่อนเบี้ย ตลอดจัดตั้งห้างร้านบริษัท ค้าขายในประเทศไทยได้ จึงมีคนจีนเดินทางมาทำมาค้าขายในประเทศไทยมากขึ้นทุกปี และเป็นผู้กำเศรษฐกิจอยู่ในมือชาวจีนตลอดมา

ต่อมาในราวปี พ.ศ.2354 – 2382 มีชายหนุ่มชาวจีนสามคนพี่น้อง (ยังสืบไม่ได้ว่ามาจากปักกิ่งหรือมาจากเกาะไหหลำ) ได้เดินทางมาแสวงโชคโดยสารเรือสำเภาจีน หรือเรือกลไฟเครื่องจักรไอน้ำของอังกฤษ ยังสืบไม่ได้แน่นอน มาขึ้นบกที่ท่าเรือสิงคโปร์ แล้วได้สมัครเข้าเป็นกุลีท่าเรือสิงคโปร์อยู่ชั่วระยะหนึ่ง ต่อมาภายหลังได้ทราบว่าที่เกาะภูเก็ตทำเหมืองแร่ดีบุก ได้รับคนงานจำนวนมาก ทั้งสามคนพี่น้องจึงได้ตัดสินใจเดินทางจากท่าเรือสิงคโปร์ มาสมัครงานที่เหมืองแร่ดีบุกเกาะภูเก็ต ได้ทำงานเป็นกรรมกรคนงานเหมืองแร่อยู่ระยะหนึ่ง ต่อมาได้ทราบข่าวว่าที่บ้านดอน สุราษฎร์ธานี มีอู่ต่อเรือของพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) เปิดรับสมัครคนงานจำนวนมาก มีค่าจ้างแรงงานสูง ทั้งสามคนพี่น้องจึงปรึกษาว่าจะเดินทางไปทำงานที่บ้านดอนดีหรือไม่ ในที่สุดคนพี่ไม่ยอมมา โดยให้เหตุผลว่าทำงานที่นี่ก็ดีแล้ว ส่วนน้องอีกสองคนตัดสินใจเดินทางไปทำงานที่บ้านดอน

ในที่สุดวันเดินทางได้มาถึง พี่น้องทั้งสามได้อำลาจากกัน คนน้องทั้งสองได้เดินทางจากท่าเรือภูเก็ต มาขึ้นเรือโดยสารจากท่าเรือสิงคโปร์ มาถึงท่าเรือบ้านดอนในที่สุด พี่คนโตจึงได้ตั้งหลักแหล่งที่ภูเก็ต ส่วนคนกลางและน้องสุดท้องได้มาสมัครงานเป็นกรรมกรที่อู่ต่อเรือ พระยานครศรีธรรมราชอยู่ระยะหนึ่ง หลังจากนั้นพี่คนกลาง จึงได้ไปสมัครเป็นกรรมกรโรงสีข้าวแห่งหนึ่งที่บ้านดอน ริมฝั่งแม่น้ำตาปี สมัยนั้นมีหลายโรง จึงไม่ทราบว่าโรงไหน แต่อยู่ใกล้กันกับอู่ต่อเรือ

 

ชีวิตที่เริ่มเปลี่ยนไป

คนพี่ทำงานอยู่ที่โรงสีข้าว มีความขยันขันแข็ง ทำให้เป็นที่รักใครของเจ้าของโรงสีอย่างมาก เพราะเป็นคนจีนด้วยกัน จึงแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแล ข้าวเปลือกทั้งหมดที่ลูกค้านำมาขายให้โรงสี ทำบัญชี จำนวนข้าวเปลือก ตวงข้าวเปลือกขึ้นฉาง (100 ถัง = 1 เกวียน) ควบคุมดูแลข้าวเปลือก แยกชนิดดีชนิดเลว คล้าย ๆ กับเป็นผู้จัดการฝ่ายซื้อนั่นเอง อยู่มาวันหนึ่งพ่อค้าข้าวเปลือกจากหัวเตย ได้นำข้าวเปลือกมาขายที่โรงสีแห่งนี้ และได้เกิดสนิทสนมกัน จึงกลายเป็นลูกค้าประจำและขายได้ราคากว่าคนอื่น ผู้ควบคุมข้าวมาขายเป็นผู้หญิง ชื่อ นางสาวยุ่ย เป็นคนฐานะดีชาวหัวเตยครอบครัวหนึ่ง ในครอบครัวนี้นอกจากมีฐานะแล้วยังมีความรู้อ่านออกเขียนได้อีกด้วย ท่านเกิดในสกุลทีปปาล มีพี่น้องสามคนชายสองคน หญิงหนึ่งคน คนพี่ชื่อนายยอง ทีปปาล ชาวบ้านหัวเตยเรียกท่านว่า ปราชญ์หัวเตย จากคำนิยามของท่านที่ว่า “คนโกงไม่ตายโหงก็ฉิบหาย” คนที่สองชื่อนายกลาง ทีปปาล ท่านรับราชการเป็นนายอำเภอท่าฉาง ตำแหน่งขุนหลวงกลาง คนที่สามชื่อนางสาวยุ่ย ทีปปาล (ที่สืบทราบมาได้เพียงแค่นี้จะผิดหรือถูก ถ้าผิดพลาดขออภัยในสิ่งที่ผิดนี้ด้วย)

จากหญิงไทยชาวหัวเตย กับชายชาวจีนเดินทางมาจากโพ้นทะเลไกล ข้ามน้ำข้ามทะเลสุดขอบฟ้า “เสื่อผืนหมอนใบ” ไปเผชิญชีวิต ไปตายดาบหน้า ชีวิตคนเราขึ้นอยู่กับพรหมลิขิต เวลาได้ผ่านพ้นไป คนทั้งสองได้มีความผูกพันกันอย่างแน่บแน่น จนกลายเป็นความรัก ฝ่ายชายจึงได้ไปสู่ขอและแต่งงานอยู่ร่วมกัน จึงได้มาปลูกเรือนหอ ที่ริมคลองหัวเตย ตอนล่างใกล้กับที่นา และทั้งสองได้มีอาชีพทำนามาตลอด เมื่อหน้าทำนาเกี่ยวข้าวเสร็จก็จะรับซื้อข้าวเปลือกบรรทุกเรือมาขายที่โรงสีบ้านดอนเป็นประจำทุกปี ท่านได้มีบุตรธิดา รวมทั้งสิ้น 7 คน ดังนี้

  1. นางหีด  เจริญผล (นครศรีธรรมราช)
  2. นางเนื่อง  เจริญผล (วัดดอนกระฐิน อ.พุนพิน)
  3. นางเหื่อง  เจริญผล (หัวเตย อ.พุนพิน)
  4. นายข้อ  เจริญผล (หัวเตย อ.พุนพิน)
  5. นายเคว็ด  เจริญผล (หัวเตย อ.พุนพิน)
  6. นายฮวด  เจริญผล (บางใบไม้ อ.เมือง สุราษฎร์ธานี)
  7. นางคง  เจริญผล   (หัวเตย อ.พุนพิน)

ส่วนคนน้องที่ทำงานที่อู่ต่อเรือ พระยานครฯ เป็นคนมีฝีมือละเอียดละออ มีความซื่อสัตย์จงรักภักดีจนพระยานครฯ มีความเมตตาอย่างมาก ที่ภูมิใจในฝีมือ จึงเป็นคนที่พระยานครฯ รักใคร่

จนกระทั่ง พ.ศ. 2364 – 2412 บุตรชายของพระยานครฯ ชื่อ ฉิม ณ นคร ได้รับการแต่งตั้งให้ปกครองเมืองสมุย ตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองสมุย พระยาเจริญราชภักดีบุรีธรรมพิพัฒน์ ในสมัยนั้นเกาะสมุยไม่มีคนอยู่ มีแต่แขกมาลายูมาอาศัยอยู่แถวหัวถนนปัจจุบัน ทางการจึงได้ประกาศให้ผู้คนไปจองที่ดินถือกรรมสิทธิ์ ทำสวนมะพร้าวบนเกาะสมุยได้ ผู้คนจึงได้ไปจับจองที่ดินกัน จึงได้เกิดชุมชนขึ้นสองแห่ง คือ ชุมชนหน้าทอน กับชุมชนบางมะขาม ซึ่งชุมชนหน้าทอนเป็นสถานที่ที่ตั้งหน่วยราชการ คือ ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุย และสถานีตำราชภูธรเมืองสมุย และบ้านพักผู้ว่าราชการเมืองสมุย

พระยานครศรีธรรมราช จึงต่อเรือเร็วตรวจราชการให้จำนวนหนึ่ง และได้ฝากนายช่างต่อเรือ (จีนผู้น้อง คนสุดท้อง) ให้ไปอยู่กับพระยาเจริญฯ ช่วยราชการเกี่ยวกับเรื่องเรือ และผู้ให้ช่วยอุปถัมภ์เลี้ยงดู เพราะมีความสามารถในการต่อเรือ และวิ่งเรือ สมัยนั้นใช้เรือใบ ซึ่งเล่ากันว่าเรือใบของพระยาเจริญฯ วิ่งเร็วที่สุด จะหาเรือที่ไหนสู้ไม่ได้เลย และจีนคนน้องเป็นผู้ถือท้ายเรือ บังคับเรือ

เมื่อจีนคนน้องมาอยู่กับพระยาเจริญฯ จึงได้รับหน้าที่ให้ดูแลกองเรือตรวจราชการและทำหน้าที่ดูแลรายได้จากรักนกนางแอ่นในหมู่เกาะอ่างทองทุกเกาะ ทำรายได้ให้กับพระยาเจริญฯ ปีหนึ่งเป็นเงินจำนวนไม่น้อย

ต่อมาพระยาเจริญฯ เห็นความดีความชอบที่ได้ช่วยราชการด้วยดีมาตลอด จึงได้ช่วยเหลือหาคู่ครองให้ เป็นชาวบางมะขาม และได้ตั้งรกราก มีลูกหลานอยู่ที่นั่นตลอดมา ซึ่งมีบุตรธิดารวมทั้งสิ้น 5 คน รวมแต่มารดาเดียวกันอีก 1 คน ดังนี้

  1. นายพับ เจริญผล (เกาะสมุย)
  2. นายพิณ เจริญผล (เกาะสมุย)
  3. นายเปลื้อง เจริญผล (เกาะสมุย)
  4. นางแดง (เจริญผล) ทองเรือง (เกาะสมุย)
  5. นางแก้ว (เจริญผล) กสินธุ (เกาะสมุย)
  6. นายเพิ่ม รัตนวิบูลย์   (เกาะสมุย) * ร่วมมารดาเดียวกัน

ต่อมาในปี พ.ศ. 2468 ทางการออกพระราชบัญญัติให้ใช้นามสกุล พระยาเจริญฯ จึงได้ตั้งนามสกุลให้จีนผู้น้องว่า “เจริญผล” เจริญ หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง ผล หมายถึง ความดี ความชอบในการที่ได้ช่วยเหลือ หน้าที่ราชการ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นผลดีกับราชการตลอดมา จึงเห็นสมควรใช้ชื่อของพระยาเจริญส่วนหนึ่งและผลงานของความดีความชอบอีกส่วนหนึ่ง ไว้เป็นเกียรติประวัติของสกุล แห่งความซื่อสัตย์สุจริต จีนผู้น้องจึงใช้นามสกุลเจริญผล จนชั่วชีวิต และตกทอดมาสู่ลูกหลาน เหลน จนถึงปัจจุบัน ชื่อตัวจริง ๆ ไม่สามารถสืบได้ว่าชื่ออะไร ทราบแต่เพียงว่าเป็นคนจีนไว้ผมเปียสมัยแมนจู รูปร่างลักษณะสูงใหญ่ ผิวขาวเหมือนชาวจีนทั่วไป

เมื่อจีนผู้น้อง ได้ใช้นามสกุลเจริญผล แล้วจึงได้บอกพี่ชายที่อยู่ที่หัวเตยทราบ และให้ไปจดนามสกุลที่อำเภอพุนพิน ให้ใช้นามสกุลเจริญผลด้วยกัน จึงทำให้เกิดนามสกุลเจริยผล ที่หัวเตยในเวลาต่อมา ส่วนพี่ชายคนโตที่อยู่ภูเก็ต ก็น่าจะได้รับการแจ้งจากน้องชายเช่นเดียวกัน แต่ไม่อาจทราบได้ว่าคนไหนเป็นคนบอกไป น่าจะเป็นคนพี่แจ้งไปยังพี่ชายคนโต เพราะสะดวกกว่า จึงเกิดนามสกุล เจริญผลที่ภูเก็ต อีกสกุลหนึ่ง

หลังจาก พ.ศ. 2468 เป็นต้นมาอีกหลายปี ทั้งสามคนก็ขาดการติดต่อไปมาหาสู่กัน จะด้วยเหตุผลประการใด ไม่อาจทราบได้ แต่ถ้าเราจะวิเคราะห์ด้วยเหตุผล มีอยู่ 3 ประการ

  1. การติดต่อสื่อสาร ถึงกันลำบาก ทั้งทางบก และทางทะเล
  2. ทั้งสามเมื่อมีครอบครัว ต้องมีภาระหน้าที่ ทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว จึงทำให้ห่างเหินจากญาติพี่น้อง
  3. อายุและสังขารเริ่มร่วงโรย จึงนึกถึงแต่ปัจจุบัน จิตใจอยู่กับลูกหลานและคนใกล้ชิด จึงลืมอดีตไป

เหตุผลทั้งสามข้อ จึงทำให้พี่น้องขาดการติดต่อและในที่สุดต้องพรากจากกันจนชั่วชีวิต ลูกหลานจึงไม่มีโอกาสได้พบกัน และรู้จักกันในที่สุด

จะเป็นจริงอย่างที่ผมได้ค้นคว้าสืบหามาแค่ไหนอย่างไรก็ขอได้โปรดพิจารณาดู ถ้าคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ก็ขอได้โปรดอภัยในสิ่งที่ล่วงเกิน ณ ที่นี้ด้วย
แหล่งอ้างอิง / ผู้ให้ข้อมูล

ต.หัวเตย อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี

  • อาจารย์วิทยา เจริญผล (เขียว) ตั้งรกรากมีลูกหลานที่ อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี (ใกล้ ร.พ.ท่าฉาง)
  • คุณวรรณล่อง เจริญผล (ล่อง) ตั้งรกรากอยู่ที่หมู่บ้านสุขเจริญ ตลาดล่าง (บ้านดอน) อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี
  • จากลูกหลาน ญาติพี่น้อง และบุคคลเก่า ๆ ในสกุลเจริญผล ตำบลหัวเตย อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี

อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

  • อาจารย์วินัย เจริญผล และเครือญาติ บางมะขาม อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

ภูมิหลังและสิ่งที่ได้ทราบมาก่อน

ฟังจากการเล่า ของญาติพี่น้องในอดีต สมัยก่อน จึงได้นำข้อมูลทั้งหมดมาเขียนให้ลูกหลานเครือญาติได้อ่าน เป็นแนวทางในการประสานญาติต่อไป

ความหมาย

  • สมุย    คือ ภาษามาลายู  หมายถึงพื้นดินกลางทะเล (เกาะ)
  • หน้าทอน   คือ ตลาดหน้าทอน ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตรา ต่อหน้าเจ้าเมือง หรือ          ลูกขุน  , ทอน คือ ทอนเงินทอง ค่าราคาต่อสินค้า ในอดีตเคยเป็นท่าเรือสำเภาจีน ผ่านไปยังท่าเรือสิงคโปร์ในอ่าวมะละกา
  • บางมะขาม บางหมายถึงหมู่บ้าน ชุมชน ที่อาศัย มะขม คือต้นมะขาม เป็นเครื่องหมายตำบลที่อยู่ของหมู่บ้าน อดีตเคยมีคลองกั้นระหว่างหน้าทอนกับบางมะขาม (ตรงด่านภาษี) แล้วมีสะพานเดินข้าม ทำด้วยไม้ บนสะพานมีลูกกรงกั้นทั้งสองข้างสะพาน สมัยก่อนคนเดินริมทะเลต้องเดินข้ามคลองบนสะพานนี้
  • อ่างทอง คือ บริเวณน้ำลึก เหมือนท้องกระทะ ทองคือรายได้เป็นเงินเป็นทอง จากการทำรังนกนางแอ่น เกาะสี่ เกาะห้า จากสวนมะพร้าว จากการทำเหมือนแร่ รวมถึงจากทรัพยากรทางทะเล

ผู้เขียน ค้นคว้า รวบรวมข้อมูล
อาจารย์อรุณ  น้ำเพชร

ประวัติศาสตร์ โบราณคดี นครศรีธรรมราชและประวัติศาสตร์เมืองบ้านดอน สุราษฎร์ธานี และคำบอกเล่าจากทายาท สกุลเจริญผล ฯลฯ

ปรังปรุงข้อมูล ณ วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 โดย นางบุญเจือ หนูสุข (โทร 08-6948-0533)

 

วิธีเซ็ต Failsafe รีโมท STORM i6S กับ Receiver S603

พอดีมีโอกาสได้ทดสอบระบบ Failsafe ของ STORM S603 กับวิทยุ STORM i6S เลยทำเป็นคลิปเร่งด่วนมาแปะไว้ก่อนครับ คลิปไม่ชัดเท่าไหร่นะครับ ขออภัยด้วยอุปกรณ์ตอนถ่ายไม่อำนวยเท่าไหร่